แก๊สรั่ว สาเหตุ การป้องกัน LPG รั่ว

แก๊สรั่ว การป้องกัน การสังเกต และการตรวจจับเพื่อความปลอดภัย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแทบทุกครัวเรือนในปัจจุบันต้องใช้งานถังแก๊สสำหรับประกอบอาหารกันอยู่แล้ว ความเสี่ยงที่จะเจอปัญหา “แก๊สรั่ว” ลุกลามจนถึงไฟไหม้จึงเป็นสิ่งที่พบเจอบ่อยครั้ง การรู้วิธีสังเกต เข้าใจแนวทางป้องกันเบื้องต้น รวมถึงมีตัวช่วยในกลุ่มเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วย่อมเพิ่มความปลอดภัยต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนได้เป็นอย่างดี มาศึกษาแนวทางทั้งหมดกันได้เลย

สังเกตอย่างไรว่าบริเวณดังกล่าวอาจกำลังมีปัญหาแก๊สรั่ว

แก๊สรั่ว ในครัว LPG
ตัวอย่างเหตุการณ์แก๊สรั่ว

ปกติเมื่อคุณปิดใช้งานแก๊สแล้วจะต้องไม่มีกลิ่นของเหลวระเหยออกมาจนจมูกสัมผัสได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่สัมผัสกับกลิ่นดังกล่าวให้ประเมินเบื้องต้นไว้ก่อนเลยว่าอาจเกิดปัญหาแก๊สรั่ว ขั้นตอนต่อมาพยายามถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่าง อย่าทำให้เกิดประกายไฟใด ๆ ทั้งสิ้น จากนั้นลองนำสบู่ไปลูบบริเวณถังแก๊ส วาล์ว ข้อต่อ แกนลูกบิด และจุดต่าง ๆ ที่รู้สึกสงสัย หากบริเวณไหนมีจุดฟองสบู่ผุดขึ้นนั่นคือสิ่งที่บอกเลยว่ากำลังเจอปัญหาใหญ่เข้าให้ ต้องรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยหรือร้านแก๊สให้รีบมาเปลี่ยนทันที

การป้องกันเบื้องต้นไม่ให้เกิดปัญหาแก๊สรั่ว

ความอันตรายของแก๊สรั่วรุนแรงเกินบรรยายอย่างที่ทุกคนคงพอเห็นจากข่าวบ่อย การรู้วิธีป้องกันเบื้องต้นจะช่วยลดความเสี่ยงทั้งชีวิตของตนเอง บุคคลอันเป็นที่รัก คนรอบข้าง และทรัพย์สินค่าง ๆ อีกด้วย ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้เลย

เครื่องตรวจจับแก๊ส
เครื่องตรวจจับแก๊สจาก ActiveSonic
  • ตรวจสอบสภาพของถังแก๊สเป็นประจำ ยิ่งถ้าได้ถังเก่า มีสนิม หรือสภาพไม่ค่อยดี แนะนำให้รีบเปลี่ยนใหม่ทันที
  • ควรตั้งถังแก๊สบริเวณพื้นที่เปิด อากาศถ่ายเทได้ดี แต่ถ้ากรณีต้องตั้งไว้ในพื้นที่อับ คับแคบ ควรตั้งให้ห่างจากประตูเข้า-ออก เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้หนีทัน
  • หลังใช้งานทุกครั้งควรปิดวาล์วแก๊สให้สนิท ป้องกันการรั่วไหลของแก๊สภายในถัง
  • มีการติดตั้งถังดับเพลิงสำหรับควบคุมเปลวเพลิงในกรณีที่แก๊สรั่วและมีประกายไฟติดบริเวณหัวถัง

แนะนำติดตั้งเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วเพื่อความปลอดภัย

เครื่องตรวจจับแก๊สรั่วในครัว
เครื่องตรวจจับแก๊สรั่วในครัว Dual Gas (LPG และ CO) โดย ActiveSonic

จากคำแนะนำเบื้องต้นจะเห็นว่าเป็นวิธีป้องกันปัญหาในระดับหนึ่ง แต่บางทีคุณอาจไม่ได้สัมผัสกับสัญญาณเตือนของแก๊สรั่ว เช่น บางคนมีปัญหาเกี่ยวกับการรับกลิ่น หรือไม่ได้อยู่ในบริเวณที่แก๊สกำลังรั่ว วิธีป้องกันดีที่สุดจึงอยากแนะนำให้ติดตั้งเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับทุกสิ่งโดยรอบจะดีที่สุด เมื่อเครื่องได้รับไอแก๊สจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้รู้ทันที จากนั้นจึงรีบเข้าสู่การแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญรับรองปลอดภัยไร้กังวล

อย่าประมาทเลินเล่อกับเรื่องแก๊สรั่วเป็นอันขาด ความเสียหายที่คุณเจอมันรุนแรงเกินรับไหว นอกจากคอยระวังแล้วแนะนำให้ติดตั้งเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วช่วยเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยได้อย่างแน่นอน

วิธีไล่หนูในรถยนต์ ป้องกันหนูเข้าไปในห้องเครื่อง

7 วิธีไล่หนูในรถยนต์ ป้องกันหนูเข้าไปในห้องเครื่อง

ปัญหาน่าหนักใจที่ชวนให้เจ้าของรถยนต์หลายคนต้องร้องอี๋ก็คือ มีหนูชอบเข้าไปเข้าไปอาศัยอยู่ในห้องเครื่องของรถยนต์ สร้างความรำคาญ ทิ้งสิ่งปฏิกูลไว้จนส่งกลิ่นเหม็นและสกปรก หรืออาจรุนแรงถึงขั้นกัดสายไฟหรือสายเบรกจนส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ได้ เพราะมันชอบเข้าไปหลบฝนที่เครื่องยนต์ หรือบางครั้งก็เข้ามาภายในรถโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว เพราะหนูมันชอบที่จะเข้ามาหากินเศษอาหารที่อยู่ในรถยนต์ หากเข้ามาภายในรถ ยังหาตัวจับได้ง่าย ไล่แล้วก็ไป วิธีไล่หนูในรถยนต์ จึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตก

แต่วันนี้เรามีวิธีไล่หนูในรถยนต์ ป้องกันหนูเข้าไปในห้องเครื่องมาแนะนำให้ลองทำตามง่ายๆ ด้วย 7 วิธี ดังต่อไปนี้ (แนะนำให้ทำควบคู่กันอย่างน้อย 5-6 วิธีในนี้)

วิธีไล่หนูในรถยนต์ ป้องกันหนูเข้าไปในห้องเครื่อง

มาเริ่มกันเลย!

1. ทำความสะอาดห้องเครื่องรถยนต์

ทำความสะอาดห้องเครื่องของรถยนต์ให้สะอาดหมดจด ซึ่งต้องระมัดระวังด้วยการล้างหลังจากที่จอดรถยนต์ให้เครื่องเย็นไว้สักพักแล้วเท่านั้น ใช้ถุงพลาสติกครอบบริเวณฟิวส์ กล่องแปลงกระแสไฟฟ้า และสายไฟ ก่อนที่จะทำความสะอาดด้วยการเช็ดด้วยฟองน้ำผสมน้ำยาล้างจาน แล้วฉีดน้ำทำความสะอาด ยกเว้นรถยนต์แบบไฮบริดที่แนะนำให้เช็ดทำความสะอาดแบบแห้งเท่านั้น หากคุณไม่มั่นใจ ก็สามารถใช้บริการคาร์แคร์ใกล้บ้านจะดีที่สุด

2. ติดเครื่อง และเปิดฝากระโปรงรถยนต์ทิ้งไว้

อีกหนึ่ง วิธีไล่หนูในรถยนต์ ที่ง่ายมา และทำได้เลยคือการจอดรถไว้ในที่ร่มแล้วเปิดฝากระโปรงแล้วติดเครื่องทิ้งไว้สักพัก เพื่อสร้างความรำคาญให้กับหนูแล้วหนีออกมา

วิธีนี้จากที่เคยลองต้องอาศัยความสม่ำเสมอหน่อย เช่น หากจอดรถอยู่บ้านก็ออกไปสตาร์ทเป็นช่วงๆ เพื่อให้หนูเริ่มชินว่าอยู่แถวนี้ไม่ได้

แต่ปัญหาคือ แล้วตอนกลางคืนล่ะ..? ดังนั้นเราเลยแนะนำให้ทำวิธีที่ 3 นี้ด้วย

3. ใช้อุปกรณ์ไล่หนู

อุปกรณ์ไล่หนูมีหลายอย่างด้วยกัน ทั้งกาวดักหนู กับดักหนู ที่ต้องล่อด้วยของกิน ไล่ด้วยการวางห่อบรรจุลูกเหม็น ไล่ด้วยยาไล่หนูที่มีทั้งแบบแผ่น แบบเม็ด หรือเป็นน้ำยาไล่หนู แต่อุปกรณ์เกล่านี้สร้างปัญหาตามมา ตรงที่เราต้องไปคอยเก็บซาก บางทีก็เหม็นเน่า

อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยหนีไม่พ้น เครื่องไล่หนู ซึ่งควรเป็นเครื่องไล่หนูแบบที่ปล่อยคลื่นเสียง Ultrasonic และ Electromagnetic ได้ รวมๆ แล้ว 4 คลื่น เพราะบางยี่ห้อมีราคาถูกโดยสามารถปล่อยได้แค่คลื่นเดียว ก็จะทำให้ประสิทธิภาพต่ำลง

เครื่องไล่หนู

ซึ่งเสียงเหล่านี้จะส่งผลให้หนูเกิดอาการรำคาญ โดยเครื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ APR-502 ที่ตอนนี้ทาง ActiveSonic จัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะเดือนนี้ จาก 1,990 บาท เหลือ 990 บาทเท่านั้น และ APR-501 เหลือ 790 บาท

รีวิว เครื่องไล่หนู โรงจอดรถ ไฟฟ้า
รีวิวความประทับใจจากผู้ใช้ ไล่หนูในรถยนต์ และโรงรถ ด้วยเครื่องไล่หนู APR-502

การติดเครื่องไล่หนูไม่ควรติดในที่แจ้ง เพราะเครื่องไม่กันน้ำ และควรติดอย่างน้อย 2-3 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้หนูย้ายจากอีกที่ไปอยู่อีกที่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องกำจัดแหล่งอาหารให้ได้ เพราะหากแหล่งอาหารเยอะ มีของอร่อยๆ มายั่ว บางทีเจ้าหนูก็อาจยอมฝ่าคลื่นเพื่อไปกินอาหารได้เหมือนกัน

ติดต่อ ActiveSonic เพื่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าราคาโปรโมชัน

4. ทำความสะอาดภายในรถยนต์

หนูชอบเข้ามาในรถยนต์เพื่อหาเศษอาหารกิน เพราะฉะนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดภายในรถอยู่เสมอ โดยเฉพาะหลังจากที่เพิ่งทานอาหารบนรถเสร็จใหม่ๆ รวมไปถึงทำความสะอาดแหล่งน้ำขังภายในรถของเราด้วย เมื่อกำจัดแหล่งอาหารของหนูทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว ก็จะไม่มีกลิ่นของอาหารคอยดึงดูดหนูให้กลับเข้ามาได้อีก

5. ปิดใต้ท้องรถ

​รถบางรุ่นปิดใต้ท้องรถมาค่อนข้างมิดชิดแล้ว ทำให้ไม่เป็นที่น่าเป็นห่วงมากเท่าไหร่ แต่ถ้าที่ปิดพังจนมีรูให้หนูมุดเข้าไปได้ หรือรถบางรุ่นไม่ได้มีที่ปิดใต้ท้องรถอย่างมิดชิด ก็อาจจะต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ให้เรียบร้อย ซึ่งหาได้ตามร้านประดับรถยนต์

6. ย้ายที่จอดรถ

คุณจอดรถไว้ที่ไหน? อยู่ใกล้กับแหล่งที่หนูชอบอยู่อาศัยอย่างตามท่อหรือถังขยะหรือเปล่า? ถ้าใช่ก็อาจจะต้องเปลี่ยนที่จอดรถ หรือถ้าจอดไว้ภายในโรงรถ ก็อาจจะต้องทำความสะอาดโรงรถให้เรียบร้อยอีกแรง

7. เลี้ยงแมวไว้ที่บ้าน

เครื่องมือไล่หนูที่ดีที่สุดก็คือแมว เพราะเป็นสัตว์ที่ว่องไวและไล่หนูเก่งมาก ถ้ามีแมวไว้ที่บ้าน รับรองว่าจะเป็นวิธีไล่หนูในรถและยังไล่หนูในบ้านได้อีกด้วย แต่ที่สำคัญคือต้องลองดูตำแหน่งให้ดี เพราะถ้าหนูชอบมาอยู่แถวโรงรถ แต่เลี้ยงแมวในบ้านแบบนี้ก็ไม่โอเค

อาจจะต้องให้กรงแมวอยู่แถวๆ โรงจอดรถ หรือหากจะเปลี่ยนเป็นสุนัข และล่ามไว้แถวโรงจอดรถก็ได้เช่นกัน

และนี่ก็คือวิธีไล่หนูในรถที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ วิธีกําจัดหนูในรถวิธีไหนที่คุณสะดวกที่สุดก็สามารถนำไปปฏิบัติได้เลย การหาที่จอดรถใหม่และเลี้ยงแมวอาจจะไม่สะดวกสำหรับบางคน ก็อาจจะเริ่มด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการลองสตาร์ทเครื่องแล้วเปิดฝากระโปรงทิ้งไว้และใช้อุปกรณ์ไล่หนู

ถ้าได้ผลแล้ว แนะนำให้ซื้อแผ่นปิดใต้ท้องรถมาปิดไว้ให้มิดชิด ไม่ให้มีหนูสามารถเข้าไปข้างในตัวเครื่องได้ เพราะนี่คือทางเข้าที่ทำให้หนูสามารถเข้าไปภายในห้องเครื่องได้โดยตรง ซึ่งอาจจะต้องลงทุนกันสักหน่อย

แต่รับรองว่าคุ้มกว่าการต้องซื้ออะไหล่ใหม่เพราะหนูกัดจนพัง และสุดท้ายก็ต้องหมั่นคอยทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนูและป้องกันหนูเข้าห้องเครื่องอีกแรง

วิธีไล่หนู วิธีกำจัดหนู เอง สมุนไพร

แชร์ 7 วิธี ไล่หนู กำจัดหนู ด้วยวิธีบ้านๆ

หลายคนส่งสัยว่ามี วิธีไล่หนู ไหนไหมที่ง่ายๆ ทีเดียวจบ คำตอบคือ แทบไม่มี เพราะการที่หนูเข้ามาที่สถานที่ บ้าน อาคาร หรือห้องของเรามาจากหลายปัจจัย เช่นการที่เราใช้ วิธีไล่หนู A อาจจะช่วยไล่ในบ้านได้ หรือหากเราใช้วิธีไล่หนู B ก็อาจจะช่วยไล่ภายนอกบ้านได้ ดังนั้น การใช้ 2-3 วิธีควบคู่กันไป ดูตามความเหมาะสมของแต่ละสถานที่ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ต้องบอกว่าหนูเป็นปัญหาที่ไม่จบไม่สินจริงๆ ถึงแม้ เครื่องไล่หนู แบบไฟฟ้า จะสามารถช่วยไล่หนูในบ้าน หรือในสถานที่ที่เป็น Indoor ได้ แต่หนูก็อาจจะไปอยู่ภายนอก หรือ Outdoor ซึ่งไม่ต้องกังวลไป เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ละสถานที่ควรใช้วิธีไล่หนูที่แตกต่างกัน เช่น ภายในอาคาร ใช้เครื่องไล่หนูไฟฟ้า ห้องละเครื่อง ภายนอกอาคาร ก็สามารถใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมกับสถานที่ควบคู่กันไป (เพราะถ้าเอาเครื่องไล่หนูไฟฟ้าไปติดนอกอาคาร โดนน้ำก็คงพังเสียก่อน)

วันนี้แอดมินเลยอยากมาแชร์ วิธีไล่หนู อื่นๆ ที่สามารถทำได้ง่ายมาก ใช้อุปกรณ์บ้านๆ น่านำไปทดลอง มีอะไรบ้างมาดูกันเลย!

7 วิธีไล่หนู กำจัดหนู ด้วยวิธีบ้านๆ

1. เลี้ยงแมว

วิธีนี้อาจฟังดูกวนๆ แต่แอดมินว่าน่าจะมี % ที่จะได้ผลสูง สมัยเด็กๆ บ้านแอดมินที่ต่างจังหวัดมีแมวอยู่ 3-4 ตัว วิ่งเล่นอยู่รอบๆ บ้าน และแถวๆ ในครัว หนูแทบไม่ค่อยจะมาเลย แต่บางบ้านก็เห็นยังมาอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสถานที่ที่จะสามารถเลี้ยงแมวได้

ใครไม่สะดวกกับการเลี้ยงเจ้าเหมียว หรือกลัวจะหนีเสือปะจรเข้ แบบว่าหนูหาย แต่ต้องมาดูแลแมวเพิ่มอีก ก็ลองมาดูวิธีไล่หนูแบบอื่นกันๆ

2. ทำน้ำยาสมุนไพร ไล่หนู

แอดมินไปเจอสูตรจากเว็บไซต์บ้านและสวนมา ลองทำตามดูแล้วไม่ยากเลย เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายมาก มีอุปกรณ์ดังนี้

  • ข่าสด 3 ขีด
  • กระเทียม 2 ขีด
  • เกลือ 1 ขีด
  • ใบพลูสด 4 ขีด

จากนั้นง่ายมาก เอาใบพลูไปนึงให้สุกก่อน ระหว่างรอ เอาเกลือไปต้มกับน้ำ ไม่ต้องเยอะมาก เสร็จแล้วเอาใบพลูที่นึ่งแล้วมาบดละเอียด และนำสมุนไพรอื่นๆ มาบดตาม ทีนี้เอาน้ำเกลือที่ต้มแล้วเทใส่ คนให้เข้ากัน แล้วก็เอาใส่ถ้วยไปวางในจุดที่หนูชอบมา กลิ่นฉุนๆ นี่แหละที่หนูไม่ชอบ

ข้อเสียของวิธีนี้คือกลิ่นอาจจะจางไว ต้องขยันเติมบ่อยๆ

3. น้ำมันก๊าด

สำหรับสถานที่ Outdoor ที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมามาก และห่างไกลจากวัตถุไวไฟ สามารถใช้น้ำมันก๊าดได้ เนื่องจากมีกลิ่นที่แรงมาก อาจจะเอาไว้ในแก้ว ในถ้วย หรือจะเทใส่ถุงกระสอบ (หรือผ้าอะไรก็ได้) ให้ชุ่มๆ แล้วก็วางไว้ในจุดที่หนูชอบมาเยี่ยม

พยามอย่าลาดลงพื้น เพราะกลิ่นอาจจะติดอยู่อย่างนั้น หรืออาจจะทำให้เกิดคราบบนพื้นได้

ขอย้ำว่าวิธีนี้เหมาะกับสถานที่ Outdoor ที่ห่างไกลจากวัตถุไวไฟนะ ซึ่งถ้าดูแล้วใช้น้ำมันก๊าดไม่ได้ อาจจะลองใช้เป็นลูกเหม็นดูก็ได้ กลิ่นอาจจะอ่อนกว่าแต่ก็น่าลองอยู่

4. กำจัดแหล่งอาหาร วิธีกำจัดหนู ที่ดีที่สุด

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแหล่งอาหาร วิธีกำจัดหนู ที่ได้ผลที่สุดคือ กำจัดแหล่งอาหารออกไปซะ แต่เชื่อเลยว่าพูดง่ายแต่ทำยาก เพราะไม่ว่าจะมีกลิ่นเหม็นขนาดไหน แต่ถ้าอาหารมันยั่วยวน หนูก็สามารถกลั้นอกกลั้นใจวิ่งเข้าไปหาของกินได้อยู่ดี

เมื่อไม่มีแหล่งอาหาร ครอบครัวของหนูก็เหมือนถูกให้อดอาหารไปด้วย ดังนั้นหนูก็จะเริ่มย้ายแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่

5.ยาเบื่อหนู

น่าจะเป็น วิธีไล่หนู ที่หลายคนคุ้นเคย ยาเบื่อหนูหาซื้อง่าย มีขายตามท้องตลาดทั่วๆ ไป ใช้งานก็ไม่ได้ยาก แค่เอามาวางไว้ ล่อให้หนูมากิน จากนั้นหนูก็จะเสียชีวิต

แต่ปัญหาคือ การเก็บซากหนูไม่ใช่เรื่องสนุกเลย และสำหรับใครที่ไม่ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต วิธีนี้ดูไม่เหมาะเอาซะเลย รวมไปถึงการใช้กับดังต่างๆ ด้วย

แต่ถ้าใครมีผู้ที่สามารถช่วยจัดการเก็บซากได้เรื่อยๆ วิธีนี้ก็น่าสนใจอยู่ แต่อย่างที่บอกว่า ถ้าแหล่งอาหารยังคงอยู่ หนูก็ยังจะมาอยู่ดี และมันก็จะวิ่งไปที่แหล่งอาหารของมัน แทนที่จะมากินยาเบื่อนี้

6. ดูแลเรื่องทางเข้าออกให้ดี

วิธีนี้จะเหมาะกับ Indoor มากกว่า Outdoor เนื่องจากจะเป็นวิธีการควบคุมจุดเข้าออก และช่องทางต่างๆ ที่หนูจะแอบเข้ามาได้

เช่น ปิดประตูตลอดเวลา ห้ามเปิดทิ้งไว้ ตรวจสอบให้ดีว่าหน้าต่างมีรูไหม มุ้งลวดขาดหรือเปล่า รวมถึงท่อระบายน้ำต่างๆ ภายในอาคาร ให้หาตะแกรงมาครอบไว้ ไม่ให้หนูเข้ามาได้

ถ้าใครกำลังจะสร้างบ้านใหม่ อาจจะลองศึกษาแบบบ้านแบบไม่มีฝ้าด้วยซะเลย จะได้ตัดปัญหาหนูขึ้นไปวิ่งบนฝ้า แต่อาจจะต้องลงทุนติดแผ่นกันความร้อนกันหน่อย

7. อุปกรณ์ไล่หนูไฟฟ้า

วิธีนี้เหมาะกับ Indoor มากกว่า Outdoor เช่นกัน โดยจะเป็นการใช้เครื่องที่ปล่อยคลื่นเสียงในย่านที่หนูได้ยิน แต่คนไม่ได้ยิน รวมถึงสัตว์อื่นๆ เช่น สุนัข และแมว ก็ไม่ได้ยินเช่นกัน ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว คลื่นเสียงที่สูงมาก และต่ำมาก ของ Ultrasonic และ Electromagnetic มีโอกาสสร้างความรำคาญแก่หนู ทำลายบางระบบในการรับรู้ของหนู ทำให้หนูไม่อยากเข้าใกล้คลื่นเสียงเหล่านี้

นี่ก็เป็นอีกวิธีที่หลายๆ คนมักจะเลือกใช้ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ต้องถึงแก่ชีวิต ไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมการเหมือนวิธีอื่น และไม่ต้องคอยเก็ยซากให้เหนื่อย เพียงแค่เสียบปลั๊กห้องละเครื่อง หรือในจุดที่หนูอยู่เยอะๆ ทั้งนี้อาจจะต้องใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ ทำอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

7 วิธีไล่หนู นี้มีแต่วีธีที่น่าลองทั้งนั้น ว่าแต่ใครจะสะดวกกับวิธีไหนกว่ากันก็ลองเลือกดูได้เลย